อุทยานแห่งชาติน้ำตกสี่ขีด

Last updated: Oct 27, 2011  |  931 จำนวนผู้เข้าชม  |  ภาคใต้>> นครศรีธรรมราช

อุทยานแห่งชาติน้ำตกสี่ขีด

 
เรื่องเล่าอุทยาน
     พื้นที่อุทยานแห่งชาติน้ำตกสี่ขีด อยู่ในเขตป่าชัยคราม และป่าวัดประดู่ จังหวัดสุราษฎร์ธานี ป่ายางโพรง และป่าเขาใหญ่ จังหวัดนครศรีธรรมราช อาณาเขตกว้างขวางประมาณ 60,625 ไร่ ได้จัดตั้งเป็นอุทยานแห่งชาติเมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2542
รายละเอียด
ตั้งอยู่ที่  อุทยานแห่งชาติน้ำตกสี่ขีด หมู่ที่.2 ตำบลสี่ขีด อำเภอสิชล จังหวัดนครศรีธรรมราช 80120
โทรศัพท์ 075-470708
โทรสาร 075-470708
อีเมล  sikit2518@hotmail.com
อัตราค่บริการผ่านเข้าอุทยานแห่งชาติ
ชาวไทย ผู้ใหญ่ 20 บาท,เด็ก 10 บาท
ชาวต่างชาติ ผู้ใหญ่ 100 บาท,เด็ก 50 บาท
อัตราค่านำทาง -
กำหนดปิดของทุกปี
เที่ยวได้ตลอดทั้งปี
บริเวณที่ปิดการท่องเที่ยว 
ไม่มี
สิ่งอำนวยความสะดวก
ที่จอดรถ
มีที่จอดรถให้บริการแก่นักท่องเที่ยว
บริการอาหาร มีร้านอาหารไว้บริการนักท่องเที่ยว
ร้านขายเครื่องดื่ม -
บ้านพัก
มีบ้านพักให้บริการแก่นักท่องเที่ยว
ลานกางเต็นท์
มีพื้นที่กางเต็นท์ พร้อมห้องน้ำ-ห้องสุขารวม ไว้ให้บริการ ท่านสามารถนำเต็นท์มากางเอง หรือติดต่อขอใช้บริการเต็นท์ของอุทยานแห่งชาติ ซึ่งมีค่าบริการอยู่หลายอัตราขึ้นอยู่กับชนิด ขนาดของเต็นท์ และอุปกรณ์ประกอบอื่นๆ รายละเอียดเกี่ยวกับที่พักเต็นท์ขอให้ติดต่อสอบถามกับอุทยานแห่งชาติโดยตรง
ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว
มีศูนย์บริการนักท่องเที่ยว ให้บริการข้อมูลเกี่ยวกับอุทยานแห่งชาติ นักท่องเที่ยวสามารถเข้ามาขอรับบริการข้อมูลได้ทุกวัน ไม่เว้นวันหยุดราชการ ระหว่างเวลา 8.00 - 16.30 น.
ห้องน้ำชายหญิง มี
กิจกรรม
     เที่ยวถ้ำ/ธรณีวิทยา, ชมทิวทัศน์, เดินป่าศึกษาธรรมชาติ, แค้มป์ปิ้ง
การเดินทาง
รถยนต์
   1.จากจังหวัดนครศรีธรรมราชใช้เส้นทางหมายเลข 401 ระยะทาง 69 กิโลเมตรถึงสี่แยก 
อำเภอสิชล (สี่แยกต้นพยอม) เลี้ยวซ้ายระยะทาง 15 กิโลเมตร ถึงที่ทำการอุทยานแห่งชาติน้ำตกสี่ขีด 
   2.จากจังหวัดสุราษฎร์ธานี ใช้เส้นทางหมายเลข 401 ระยะทาง 52 กิโลเมตร ถึงสามแยก 
เขาหัวช้าง เลี้ยวขวาระยะทาง 10 กิโลเมตร ถึงที่ทำการอุทยานแห่งชาติน้ำตกสี่ขีด 
เรือ
-
รถโดยสารประจำทาง
-
รถไฟ
-
เครื่องบิน
-
ลักษณะภูมิประเทศ
    ลักษณะภูมิประเทศเป็นที่ราบสลับกับเทือกเขาสูงชันสลับซับซ้อนเป็นส่วนหนึ่งของเทือกเขานครศรีธรรมราช (เทือกเขาบรรทัด) ซึ่งกั้นแดนระหว่างจังหวัดสุราษฎร์ธานี กับจังหวัดนครศรีธรรมราช อยู่ในเขตอำเภอกาญจนดิษฐ์ และอำเภอสิชล แนวเขาวางตัวในแนวทิศเหนือ - ใต้ เป็นแนวยาวขนานกับฝั่งทะเลตะวันออก ตอนกลางเป็นเทือกเขาที่สูงชันสลับซับซ้อนมีลักษณะเป็นสันปันน้ำโดยลาดต่ำไปทางตะวันออกและทางตะวันตก ที่ราบส่วนใหญ่อยู่ทางตะวันออก พื้นที่นี้มียอดเขาที่สูงที่สุด คือ ยอดเขาคีโหมด สูง 1,303 เมตร ยอดเขาอื่น ๆ เช่น ยอดเขานาง สูง 881 เมตร ยอดเขาวังพุง สูง 600 เมตร ยอดเขาปลายคราม สูง 599 เมตร ยอดเขาขุนห้วยแก้ว สูง 582 เมตร ความสูงของพื้นที่จากระดับน้ำทะเลปานกลางโดยเฉลี่ยประมาณ 700 เมตร มีหุบเขาที่เป็นแหล่งกำเนิดของลำห้วยต่าง ๆ มากมาย ซึ่งทำให้เกิดแอ่งน้ำและน้ำตกเป็นชั้น ๆ ต่อเนื่องกันเป็นลำดับ มีเขาบางลูกเป็นภูเขาหินปูน จึงเกิดถ้ำที่สวยงามน่าพิศวงมากมายหลายแห่ง เช่น ถ้ำเขาพับผ้า ถ้ำสวนปราง เป็นต้น 
ลักษณะภูมิอากาศ
     สภาพภูมิอากาศ อุทยานแห่งชาติน้ำตกสี่ขีด ตั้งอยู่บนคาบสมุทรมาลายูได้รับลมมรสุมพัดผ่านทะเลทั้งสองด้านทำให้มีฝนตกเกือบตลอดทั้งปี อากาศค่อนข้างเย็นสบาย ฤดูฝนเริ่มตั้งแต่เดือนพฤษภาคม - มกราคม มีฝนตกชุกในเดือน พฤศจิกายน ฤดูแล้งเริ่มตั้งแต่เดือน กุมภาพันธ์ - เมษายน อุณหภูมิเฉลี่ยตลอดปี 27.3 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุดในเดือนเมษายน 33.80 องศาเซลเซียส อุณหภูมิต่ำสุดในเดือนมกราคม 21.8 องศาเซลเซียส
พืชพันธุ์และสัตว์ป่า
 
จากลักษณะพื้นที่ของอุทยานแห่งชาติน้ำตกสี่ขีดที่มีสภาพภูมิอากาศเป็นภูเขาสูงขันสลับซับซ้อนมีอาณาเขตบริเวณกว้างขวาง อยู่สูงจากระดับน้ำทะเลปานกลางตั้งแต่ 100 เมตร ขึ้นไป จนถึง 1,303 เมตร พื้นที่ตั้งอยู่บนคาบสมุทรภายใต้อิทธิพลของลมมรสุม จึงทำให้มีความชื้นและปริมาณน้ำฝน เฉลี่ยสูงสังคมพืชที่ขึ้นจึงมีลักษณะของป่าดิบชื้นเป็นส่วนใหญ่ มีพันธุ์พืชมากมายหลายชนิดขึ้นอยู่อย่างหนาแน่น ซึ่งมีลักษณะและชนิดของสังคมพืชที่สำคัญ ดังต่อไปนี้ 
ป่าดิบชื้น (Tropical Evergreen Forest) ป่าดิบชื้นเป็นป่าที่มีใบสีเขียวตลอดปี สภาพป่ารกทึบ ทั้งในเรือนยอดของไม้ใหญ่ และชั้นไม้พื้นล่างครอบคลุมพื้นที่ส่วนใหญ่ของอุทยานแห่งชาติ โดยมากจะพบตามหุบเขาและริมห้วยที่มีความชื้นสูง และแบ่งเป็นสังคมย่อยได้ตามลักษณะของความสูง ของพื้นที่จากระดับน้ำทะเลปานกลาง และชนิดของพืชพรรณ ที่ขึ้นอยู่ได้ 2 ลักษณะ ดังนี้ 
1) ป่าดิบชื้นในพื้นที่ต่ำ ขึ้นอยู่ในบริเวณที่เป็นพื้นราบริมห้วย และหุบเขา พื้นที่อยู่สูงจากระดับน้ำทะเลปานกลางประมานไม่เกิน 300 เมตร โครงสร้างของป่า มีอยู่ 3 ระดับชั้นเรือนยอด เรือนยอดชั้นบนสูง 30- 50 เมตร พรรณไม้สำคัญที่พบ ได้แก่ ไม้ในวงศ์ ไม้ยาง (Dipterocarpaceae) ไม้ตะเคียนทอง ตะเคียนทราย หลุมพอ พะยอมทราย ไข่เขียว เป็นต้น เรือนยอดไม้ชั้นสอง มีความสูงตั้งแต่ 15 - 30 เมตร พรรณไม้ที่พบ ได้แก่ ไม้ยางแรด ส้านขน ก่อรุก ก่อข้าว เป็นต้น เรือนยอดไม้ ชั้นที่สาม มีความสูงประมาณ 5-15 เมตร พรรณไม้สำคัญที่พบ ได้แก่ ชมพู่ป่า คอแลน ไฟกา และชก เป็นต้น พื้นทีประกอบไปด้วยกล้าไม้ ของไม้ชั้นบน ไม้พุ่มชนิดต่าง ๆ เช่น ยี่หุบปรี ยายครั่ง พืชในวงศ์ขิงข่า นอกจากนั้นยังพบไม้เถาเลื้อย หลากหลายชนิด เช่น เปื่อย เตยย่าน คอกิ่วย่าน คุย และหวายนานาชนิด เช่น หวายแดง หวายเล็ก หวายกำพวน หวายงวย เป็นต้น 
2) ป่าดิบชื้นเชิงเขาเป็นป่าที่เกิดอยู่ในบริเวณที่สูงจากระดับน้ำทะเลปานกลางมากกว่า 300 เมตร ขึ้นไป แต่ไม่เกิน 1,000 เมตร โครงสร้างของป่า มีอยู่ 3 ระดับชั้นเรือนยอด โดยเรือนยอดชั้นบนสูง 30-50 เมตร พรรณไม้สำคัญที่พบ ได้แก่ ไม้ในวงศ์ ไม้ยาง ป่าชนิดนี้จึงมีชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า ป่ายางเชิงเขา พรรณไม้ที่พบได้แก่ ยางปาย ยางแดง และยางเสี้ยน เป็นต้น เรือนยอดไม้ชั้นที่สองมีความสูงตั้งแต่ 15 - 30 เมตร พรรณไม้สำคัญที่พบ ได้แก่ พญาไม้ ก่อเรียน ก่อเล็ก ทองสุก เต่าร้างยักษ์ ไม้สาย และสังเกียด เป็นต้น ส่วนไม้ชั้นที่ สามมีความสูงตั้งแต่ 5-15 เมตร มีพรรณไม้สำคัญ ที่พบ คือ ไม้ส้มโหลก กะเบาลิง และไม้ในวงศ์น้อยหน่า หลายชนิด พื้นล่างชองป่าปกคลุมไปด้วยไม้พุ่ม และพืชคลุมดินต่าง ๆ เช่น พืชสกุลพลอง ชนิดต่างๆ (Memecylon sp.) พืชในวงศ์ขิงข่า (Zingberaceae) พืชในวงศ์อังกาบ(Acanthaceae) และพืชพวกเฟิร์นหลายชนิดรวมทั้ง มหาสดำ หรือเฟิร์นยักษ์ส่วนไม้เถาเลื้อยมีอยู่นานาชนิด แต่ที่สำคัญคือหวายชนิดต่าง ๆ เช่น หวายเทิงหรือหวายปู่เจ้า หวายขี้ไก่ หวายผึ้ง หรือหวายหิน หวายเสี้ยน และหวายแส้ม้า เป็นต้น 
ป่าดิบเขา (Hill Evergreen Forest) 
ป่าดิบเขาเป็นพื้นที่ป่าที่อยู่เหนือระดับน้ำทะเลปานกลาง ตั้งแต่ 1,000 เมตร ขึ้นไป ความสูงของพื้นที่ในระดับนี้จะขึ้นถึงยอดเขาที่มีเมฆหมอกคลุมทำให้อากาศชื้นเสมอ พรรณไม้ที่พบจะมีระดับเรือนยอดค่อนข้างสม่ำเสมอ เป็นชั้นเดียวกัน คือสูงประมาณ 8-15 เมตร ลำต้นมีมอสและเฟิร์นเกาะอาศัยอยู่ พันธุ์ไม้สำคัญที่สำรวจพบ ได้แก่ เหมือด กำยาน หัวเต่า บังตาน ติ่ง แดงเขา ก่อเขา และก่อใบเอียด เป็นต้น ไม้พุ่มเป็นพวกตาเป็ด ตาไก่ เคลง และเนียม พืชคลุมดินส่วนใหญ่ เป็นพวกมอสและเฟิร์น ซึ่งขึ้นคลุมอย่างหนาแน่น และมีไม้ล้มลุกที่หายาก อีกหลายชนิด เช่น ดาวสามแฉก กล้วยไม้ดินชนิดต่าง ๆ 
ป่ารุ่น หรือ ป่าเหล่า (Secondary Forests) 
เป็นสังคมพืชที่เกิดทดแทน สภาพธรรมชาติเดิม ภายหลังการทำลายของมนุษย์ พันธุ์ไม้ที่สำคัญ ประกอบด้วย พืชเบิกนำ (Pioneer Species) ได้แก่ แสดหรือสอยดาว ปอหูช้าง กะลอขนล่อ พังแหรใหญ่ ห้อกา 
ทุ้งฟ้า เป็นต้น 
ทรัพยากรพืช (พืชหายาก หรือพืชเฉพาะถิ่น) 
1. จำปูนช้าง ชื่อวิทยาศาสตร์ Talauma candollei 
2. กฤษณา วงศ์ Thymelaeaceae 
3. หลุมพอ ชื่อวิทยาศาสตร์ Intsia palembanica 
4. กล้วยไม้รองเท้านารีเผือก 
ทรัพยากรสัตว์ป่า (สัตว์ป่าหายาก หรือสัตว์ป่าเฉพาะถิ่น) 
1. เลียงผา ชื่อสามัญ Serow ชื่อวิทยาศาสตร์ Copricornis Sunatraensis 
2. สมเสร็จ 
3. กวางป่า ชื่อสามัญ Sambar deer ชื่อวิทยาศาสตร์ Cervus unicolor 
4. ช้างป่า ชื่อสามัญ Asian elephant 
5. นกเงือก 
6. เสือลายเมฆ 
7. หมี 
หมายเหตุ
     ท่านสามารถจองที่พักได้ด้วยตนเองผ่านทางอินเตอร์เน็ต www.dnp.go.th ของกรมป่าไม้เท่านั้น (กรมไม่มีตัวแทนการจองที่พักกับภาคเอกชนรายใดทั้งสิ้น) จองล่วงหน้าได้ 60 วัน จองต่อเนื่องได้ครั้งละ 3 วัน กำหนดชำระเงินภายใน 2 วันทำการ ณ เคาน์เตอร์ บมจ.ธนาคารกรุงไทย ทุกสาขาทั่วประเทศเท่านั้น หรือติดต่อเจ้าหน้าที่ทำการจองให้โดยโทรมาที่ 0 2562 0760 หรือติดต่อจุดจองที่พักในส่วนภูมิภาค

Powered by MakeWebEasy.com