ภาพทริปที่ผ่านมา - ทัวร์เขาคิชฌกูฏ

จุดเด่นที่ตลาดน้ำอโยธยา คือการนำชื่ออำเภอทั้งหมดของ จังหวัดพระนคร ศรีอยุธยาทั้งหมด มาตั้งเป็นชื่ออาคาร สถานที่ เพื่อให้ผู้ที่มาเยือนได้รู้จักสินค้าของแต่ละอำเภอ และสามารถ จดจำชื่ออำเภอต่างๆของจังหวัดพระนครศรีอยุธยาได้เป็นอย่างดี เช่น  ตลาดบางซ้าย เครื่องจักรสาน ตลาดบางบาล ขนมของฝาก ตลาดบางปะหัน โรตี, ขนม, ของฝาก ตลาดเสนา กุ้งสด, ปลาเผา  ลานการแสดง กรุงศรีอยุธยา

"ตลาดน้ำยามเย็นอัมพวา"  เป็นตลาดริมคลอง ตั้งอยู่ใกล้วัดอัมพวันเจติยาราม (จอดรถที่วัดอัมพวันเจติยารามได้) ทุกวันศุกร์ เสาร์และอาทิตย์  ในช่วงเวลาเย็นตั้งแต่ช่วงเวลา 14.00-20.00 น. ในคลองอัมพวาจะมีพ่อค้าแม่ค้าพายเรือขายอาหารและเครื่องดื่ม เช่น หอยทอด ก๋วยเตี๋ยว กาแฟ โอเลี้ยง ขนมหวานต่างๆ

"สมัยก่อนตลาดน้ดคลองลัดพลี  จะมีวันขึ้นและแรม 1 ค่ำ 6 ค่ำ  11 ค่ำ  วันที่มีตลาดนัดในคลองจะมีเรือสินค้า  เรือผัก  ผลไม้นานาชนิด  ทั้งเรือสำปั้น  เรืออีแปะ  เรือมาด  และเรืออื่น ๆ  จอดค้าขายเรียงรายกันยาวนับเป็นกิโล  แล้วก็แน่นเต็ฒคลองจนเดินข้ามคลองไปได้  โดยเหยียบไปบนเรือ"   ปัจจุบันตลาดน้ำคลองลัดพลี  กำลังได้รับการรื้อฟื้นขึ้นมาใหม่  พร้อมรับนักท่องเที่ยวแล้ว..........

"ตลาดน้ำคลองลัดมะยม" แห่งนี้เปิดทุกวัน เสาร์-อาทิตย์ เริ่มประมาณ 09.00 - 15.00 น. มีชาวบ้านมาขายของทั้งตลาดทางบก และเรือพายขายของกิน ผัก พืช จากสวน ยังมีกิจกรรมยามว่างต่างๆ มีที่ให้เด็กนั่งเพนต์ผ้าบาติก วาดรูป ปั้นดิน นั่งเรือชมคลองบัว ที่ ลุงชวน ผู้ริเริ่มก่อตั้งตลาดน้ำแห่งนี้ ได้จัดสรรไว้ให้นักที่องเที่ยวได้เข้าไปชม 

"ตลาดน้ำบางน้อย"  ตลาดและชุมชนบางน้อยอยู่หลังวัดเกาะแก้ว เดินไล่เลาะแม่น้ำเข้าสู่ริมคลอง เดินเที่ยวตลาดน้ำบางน้อยในวันเสาร์-อาทิตย์ มากมายทั้งอดีตของบ้านเรือนและอาหารอร่อย รวมถึงข้างของที่ระลึกน่าซื้อหา ชมพิพิธภัณฑ์พื้นบ้านไหพันใบ(ตั้งเซียมฮะ) ร้านโชห่วยโบราณ ร้านเสื้อ อู่ต่อเรือหน่ำเฮง โรงพิมพ์ ส.วิจิตรวัฒนา ของกินมากมายเรียงรายให้เลือกซื้อเลือกชิม

"ตลาดน้ำท่าคา" เดิมเรียกกันว่า ตลาดนัดท่าคา เป็นสถานที่ซึ่งชาวบ้านในพื้นที่และจากจังหวัดใกล้เคียงซึ่งเป็นชาวไร่ชาวสวนนัดกันพายเรือเอาผลผลิตจากไร่จากสวนของตัวเองมาจำหน่าย ขนมนมเนย รวมทั้งข้าวของเครื่องใช้บางทีก็เอามาแลกเปลี่ยนกัน โดยมีการนัดหมายกันข้างขึ้นข้างแรม ๒ ค่ำ ๗ ค่ำ และ ๑๒ ค่ำ อันเป็นช่วงน้ำขึ้น ความสุขของตลาดน้ำแห่งนี้ คือการได้มาเห็นภาพของวิถีชีวิตดั้งเดิมแบบไทยๆ

"ตลาดนางเลิ้ง" หลายสิบปีที่แล้วคนคึกคักมาก มาเที่ยวตลาด มาดูหนังกัน เมื่อก่อนจะฉายหนังใบ้ ไม่มีพากย์เสียงนะ จะใช้เล่นแตรวงอยู่หน้าโรงหนังเพื่อเรียกความสนใจจากคนดู พอเริ่มฉายหนังแตรวงก็จะย้ายเข้ามาเล่นข้างใน แม้ในปัจจุบันจะไม่คึกคักเช่นกาลก่อน แต่ตลาดนางเลิ้งก็ยังมีคนแวะเวียนไปเยี่ยนเยือนอยู่เสมอ

"ตลาดวังหลัง" เมื่อก่อนเป็นเรือนแถวไม้ เป็นซอยที่อยู่อาศัย บรรยากาศเงียบๆ มีคนขายของบ้าง ก็มีลูกค้าที่เรียนหมอส่วนใหญ่ แต่ก็มีลูกค้าข้ามฝั่งมาซื้อด้วยนะ วันนี้ตลาดวังหลังกำลังเป็นตลาดเก่าน้องใหม่ที่มาแรง มีคนทุกเพศทุกวัยไปเดินชมตลาดกันอย่างคับคั่งทุกวัน

"ตลาดเยาวราช" สมัยก่อนเวลามีงานเทศกาล หรือวันสำคัญทางศาสนา คนจะมาจับจ่ายซื้อของเซ่นไหว้ ของกิน ของใช้ กันที่นี่ทั้งสิ้น เพราะบางอย่างก็มีขายที่ตลาดเยาราชที่เดียว อย่างพวกของจีนต่างๆ ปลาจีน เช่น ปลาเฉาฮื้อ หลิ่งฮื้อ แล้วที่นี่ยังมีของอื่นๆ ครบถ้วนทุกอย่างที่ต้องการอีกด้วย แม้ในสมัยนี้ตลาดเยาราชก็ยังเป็นที่จับจ่ายขึ้นชื่อ โดยเฉพาะเรื่องอาหารจีนต้นตำรับรสชาติไม่มีใครเลียนแบบได้

"ตลาดบ้านใหม่" สมัยก่อนเมืองแปดริ้วอุดมสมบูรณ์มาก มีปลาช่อนตัวใหญ่ที่แบะออกแล้วแบ่งเป็นริ้วได้ถึง 8 ริ้ว ที่นี่มีโรงทำก๋วยเตี๋ยวชื่อดังอยู่เยอะ ที่ตลาดก็มีคนไปมาตลอด ในปัจจุบันอาคารห้องแถวไม้เก่าแก่กว่าร้อยห้องยังคงสภาพเหมือนในอดีต ประตูเป็นบานเฟี้ยม มีช่องทางเดินตรงกลาง หน้าบ้านหันหน้าเข้าหากัน ภายในชุมชนยังรักษาวิถีชีวิตแบบดั้งเดิมเอาไว้

"ตลาดคลองสวน ๑๐๐ ปี"  ที่นี่เป็นตลาดเก่าแก่ ตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ ๕ เป็นอาคารไม้ชั้นเดียว เสาใช้ไม้จากต้นหมากที่เรียกว่า หลาวชะโอน ทางเดินเป็นดิน ต่อมาได้สร้างเป็นอาคารไม้ 2 ชั้น  ในปัจจุบันตลาดแห่งนี้อยู่ริมคลองประเวศบุรีรมย์ในพื้นที่ 2 จังหวัด ฉะเชิงเทรา และ สมุทรปราการ มีคลองพระยานาคราชเป็นเส้นแบ่งเขตจังหวัด ทางเข้าตลาดด้านคลองสวนจะมีตู้ไปรษณีย์โบราณสีแดงเห็นเป็นสัญลักษณ์

อ่างศิลา ที่ชื่ออ่างศิลานั้น เพราะมีแผ่นดินสูงเป็นลูกเนิน มีศิลาก้อนใหญ่ๆ เป็นศิลาดาด และเป็นสระยาวรี อยู่ 2 แห่ง ท่านเจ้าพระยาทิพากรวงษ์มหาโกษาธิบดี เห็นว่าเป็นประโยชน์กับคนทั้งปวงจึงให้หลวงฤทธิ์ศักดิ์ชลเขตร ปลัดเมืองชลบุรี เป็นนายงานก่อเสริมปากบ่อกั้นน้ำ มิให้น้ำที่โสโครกกลับลงไปในบ่อได้ ราษฏร ชาวบ้านและชาวเรือไปมาได้อาศัยใช้น้ำฝนในอ่างศิลา

ปัจจุบันตลาดบางหลวงแห่งนี้ยังคงสภาพบรรยากาศในอีตไว้ ทั้งรูปแบบวิถีชีวิตการค้าขาย ประเพณีวัฒนธรรม ที่ผสมผสานกลมกลืนในความเป็นไทย-จีน ซึ่งสืบทอดกันมากกว่า 100 ปีริมแม่น้ำท่าจีน ทั้งรูปแบบและวิถีชีวิตที่เรียบง่ายของคนในชุมชน ตลาดไม้ย้อนยุคแห่งนี้ยังคงรอและต้นรับคนเข้าไปสัมผัสอดีตที่ยังคงเหลืออยู่ตลอดเวลา

ทุกวันนี้ตลาดท่านา กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมอีกแห่งหนึ่งที่คนนิยมมาจับจ่ายซื้อของและมาซึมซับบรรยากาศ แบบดั้งเดิมที่ยังคงหลงเหลืออยู่ ตลาดท่านาในวันนี้จึงยังคงคึกคักเช่นเดียวกับอดีตที่ผ่านมา

ตลาดลาดชะโด สมัยก่อนที่นี่เป็นแพเรียงกันยาวไปตามลำคลอง มีแพตำรวจอยู่ตรงริมฝั่งตรงข้ามกับโรงพักปัจจุบัน คนที่นี่เวลาจะไปบางกอกต้องนั่งเรือเมล์ 2 ชั้นไป ต้องล่องไป 1 วัน 1 คืนจึงจะถึงท่าเตียน ในวันนี้ชาวชุมชนลาดชะโด ได้ร่วมใจกันอนุรักษ์อาคารบ้านเรือนในชุมชน จนได้รับพระราชทานรางวัลอนุรักษ์สิลปสถาปัตยกรรมดีเด่น เมื่อปี พ.ศ.2549

ตลาดโก้งโค้ง แม้ที่นี่จะเป็นตลาดเล็กๆ แต่ก็ให้ความรู้สึกดีๆ ชอบที่พ่อค้าแม่ค้าแต่งชุดไทยแบชาวบ้าน ติดป้ายชื่อด้วย สินค้าก็ให้ความรู้สึกว่าเป็นสินค้าของชุมชนที่ทำขึ้นมาขายจากหัวใจ แล้วก็แปลกกว่าที่อื่น ก็คือมีสถานที่ไว้รับจัดงานแต่งงานในบรรยากาศแบบไทยล้วนๆ ด้วย

ตลาดศรีประจันต์ คนที่นี่ชอบอยู่กันอย่างเงียบๆ รักความเรียบง่าย สมัยก่อนหน้าบ้านทุกหลังจะอยู่ริมแม่น้ำ พอมีการตัดถนนคนก็หันมาใช้ถนนใช้รถ เลิกเดินทางทางเรือไป ร่องรอยความยิ่งใหญ่ของตลาดแห่งนี้ ยังคงอยู่ในทุกเนื้อไม้ที่เป็นเอกลักษณ์สปาปัตยกรรมของตลาด ทำให้ได้รับรางวัลดีเด่น ประเภทแหล่งท่องเที่ยววัฒนธรรม

ตลาดสามชุก วันนี้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง และมีเสน่ห์ดึงดูดใจมากยิ่งกว่าเดิม ผู้คนในตลาดผูกพันกับเรือนแถวไม้ และน้ำใจนั้นส่งผ่านมาถึงผู้มาเยือน ด้วยเอกลักษณ์เฉพาะ เช่นบ้านขุนจำนงจีนารักษ์ นายภานายภาษีอากรคนแรกและเจ้าของตลาดสามชุก ปัจจุบันเป็นพิพิธภัณฑ์ของชุมชน ภายในมีรูปภาพเก่าๆ บอกเล่าเรื่องราวความเป็นมาของชุมชนสามชุก รวมถึงข้าวของเครื่องใช้ของผู้เป็นเจ้าของบ้าน

"สมัยก่อนนายฮงอพยพมาจากบางกอก  ได้แต่งงานกับนางแพ  หลานสาวขุนกำแหงฤทธิ์แห่งบ้านเก้าห้อง  แล้วสร้างแพค้าขายอยู่ริมน้ำหน้าบ้านเก้าห้อง  แพนายฮงค้าขายดีมากจนมีโจรมาปล้น  ทำร้ายนางแพบาดเจ็ดจนถึงแก่กรรม  ต่อมานายเฮงหรือที่ชางบ้านเรียก เจ๊กรอด  ได้ย้ายตลาดมาสร้างบนบกแล้วก็สร้างหอดูโจรขึ้นมา"   ตลาดบ้านเก้าห้องยังคงเป็นชุมชนที่อาศัยและมีการค้าขาย 

"เริ่มแรกทำเป็นแพไม้ไผ่ขึ้นมาประมาณ  4  แพ  และในปี  พ.ศ. 2542  ได้สร้างเป็นแพเหล็กขึ้นใหม่  ปัจจุบันมีอยู่ 8 แพแล้ว"ด้านหน้าของตลาดน้ำก่อนก่อนจะลงไปสู่ตัวแพ  สองข้างทางเต็มไปด้วยของขาย  ทั้งผัก  ผลไม้  ต้นไม้  อาหารคาวหวาน  เชิญชวนให้เลือกซื้อเลือกชิม

Powered by MakeWebEasy.com