ทัวร์เขาคิชฌกูฏ 2564

โปรโมชั่นปี 64




รถตู้ไปเขาคิชฌกูฏ 590.- ต่อท่าน
หรือแบบเหมาคัน 6,000 บาท (10 ที่นั่ง)
รับสิทธิ์
ฟรี ประกันการเดินทาง (แบบเหมาคัน)
เดินทางไปกลับ โดยรถตู้ VIP 10 ที่นั่ง


*เริ่มวันที่ 14 ม.ค.2564 ถึง 14 มี.ค.2564
เดินทางวันสุดท้าย 13 มี.ค.2564

**(กำหนดการอาจมีการเปลี่ยนแปลง)**


สนใจโทร 095-054-0899 ไอดีไลน์ @khao64


Facebook : เขาคิชฌกูฏ 2564
 
รถตู้ VIP 10 ที่นั่ง ราคาจอยทัวร์ท่านละ 590.- (ขึ้นรถตามจุดที่กำหนด)

รถตู้ VIP 10 ที่นั่ง เช่าเหมาคัน ราคา 6,000.- แถมฟรี..ประกันการท่องเที่ยว(รับส่งตามจุดที่ลูกค้าต้องการหนึ่งจุด )

(ราคานี้รวมค่าน้ำมันค่าคนขับและค่าทางด่วนแล้ว ไม่รวมค่ารถขึ้นเขา ค่าทำบุญ ค่าอาหาร)

ทริปพิเศษ 3 สถานที่...>>สักการะรอยพระพุทธบาทเขาคิชฌกูฏ
      >>ไหว้พระวัดเขาสุกิม
      >>เที่ยวแหลมแม่พิมพ์


รับสิทธิ์ฟรี
 
ฟรี!!! สำหรับกรุ๊ปเหมาแถมประกันการเดินทาง ทุกที่นั่ง  

 
สนใจ ติดต่อ 

facebook: เขาคิชฌกูฏ2564
 

คุณแอน โทร.095-0540899 , 087-077-8516

ID.Line : @khao64




ออฟฟิศ โทร.02-889-5665 (วันจันทร์ - วันศุกร์ เวลา 08.30 - 17.00) 
 
วิธีการจอง และชำระเงิน

1.  ศึกษารายละเอียด ระบุชื่อผู้จอง เบอร์โทร จำนวนคนและวันเดินทาง โดยการจองทางไลน์ Line ID : @khao64
     

2.  โอนเงินจองสำหรับจอยกรุ๊ปท่านละ 590.- หรือแบบเหมาคันเงินมัดจำคันละ 1,000.- 
   
     
ชื่อบัญชี  นายเตชนิธิ  ฉัตรชัย
      ธนาคารไทยพาณิชย์ 408-197422-6 ออมทรัพย์ (สาขาเทสโก้โลตัส)
    
     
ชื่อบัญชี หจก.อุทยานคลับ
      ธนาคารกสิกรไทย
  050-8-32073-6 ออมทรัพย์
(สาขาเซ็นทรัลศาลายา)

3.  ส่งหลักฐานการโอนเงินผ่านทางไลน์ 
ID.Line : @khao64

4.  เมื่อทางทีมงานได้รับหลักฐานการโอนเงินเรียบร้อยแล้วจะจัดส่ง เลขที่จอง ให้กับลูกค้าทางไลน์ และส่งรายละเอียดการเดินทางให้เพิ่มเติมอีกครั้ง

5.  วันเดินทางไม่เกิน 10.00 น.ทางทีมงานจะคอนเฟิร์ม รายละเอียดชื่อ เบอร์โทร ทะเบียนรถ ของคนขับรถให้ลูกค้าทราบ(ในบางช่วงลูกค้าอาจจะยังไม่สามารถติดต่อคนขับรถได้เนื่องจากคนขับรถจำเป็นต้องพักผ่อนเพื่อเตรียมตัวเดินทางค่ะ) 

6.  เมื่อลูกค้ามาถึงยังจุดนัดพบตามเวลาที่นัดหมายสามารถแจ้งชื่อให้คนขับรถทราบได้ทันทีค่ะ

7.  การเดินทางแบบจอยลูกค้าไม่สามารถเลือกที่นั่งได้ (ถึงก่อนมีสิทธิ์เลือกก่อน) 


     
*****(หมายเหตุ  ลูกค้าที่ได้รับสิทธิ์ทำประกันการท่องเที่ยวต้องแจ้งรายชื่อก่อนเดินทางอย่างน้อย 2 วัน มิฉะนั้นถือว่าสละสิทธิ์  และเงื่อนไขเป็นไปตามกรมธรรม์ที่บริษัทกำหนด)*****


 
การเตรียมตัวและข้อควรทราบก่อนเดินทาง

1. ทางทัวร์จะยืนยันการจองสำหรับลูกค้าที่โอนเงินจองหรือเงินมัดจำแล้วเท่านั้น
2. การจองและส่งหลักฐานการโอนเงินผ่านไลน์ ID : @khao64
3. ทางทีมงานจะจัดส่งเลขที่จอง ให้ลูกค้าสำหรับลูกค้าที่ส่งหลักฐานการโอนเงินเรียบร้อยแล้ว
4. ทีมงานไลน์แจ้งรายละเอียดทะเบียนรถ และเบอร์โทรคนขับรถช่วงเช้าของวันเดินทาง(ประมาณ 10.00 น.) 
5. การยกเลิกการเดินทางต้องแจ้งล่วงหน้า 2 วันก่อนการเดินทาง 
6. ห้ามนำสัตว์เลี้ยงขึ้นรถ
7. สำหรับกรณีที่มีเด็กไปด้วยท่านจะต้องจองที่นั่งสำหรับเด็กเนื่องจากระยะการเดินทางนานค่ะ และกรณีที่มีเด็กเล็กมากไปด้วยทางทัวร์แนะนำให้ท่านใช้บริการแบบเหมาคันสำหรับกรุ๊ปของท่านเองจะสะดวกที่สุดค่ะ
8. ลูกค้าที่มาถึงจุดนัดหมายก่อนมีสิทธิ์เลือกที่นั่งก่อน และต้องนั่งที่นั่งเดิมทั้งขาไปและขากลับ
9. รถตู้จะเป็นรถคันเดิมทั้งขาไปและขากลับ
10. เมื่อเดินทางถึงเขาคิชฌกูฏแล้วคนขับรถจะพาลูกค้าไปขึ้นรถโฟร์วิลล์ หากลูกค้ามีข้อสงสัยใดต้องสอบถามคนขับรถทันทีเนื่องจากเมื่อคนขับรถส่งท่านขึ้นรถแล้ว จำเป็นต้องไปพักผ่อนเพื่อเดินทางกลับวันรุ่งขึ้นดังนั้นจะไม่สามารถรับสายท่านได้ในระหว่างนั้นจนถึง 06.00 น.
11. หากท่านใดมีความประสงค์จะฝากสัมภาระไว้บนรถจะสามารถเปิดรถได้เวลา 06.00น. เท่านั้นค่ะ ดังนั้นหากเป็นสิ่งของจำเป็นที่ต้องใช้ก่อนเวลาดังกล่าวควรพกติดตัวไปด้วย
12. บริเวณทางขึ้นเขาจะมีจุดจำหน่ายดอกไม้ ธูปเทียน พลอยประจำวันเกิดและปีเกิดจำนวนมาก ท่านสามารถเลือกซื้อแบบเป็นชุดหรือแยกชุดก็ได้ แต่สำหรับดอกไม้จะสามารถนำไปสักการะได้แค่บริเวณลานสีวลีเท่านั้น ซึ่งเป็นลานแรกที่รถโฟร์วิลล์พาท่านไปส่ง หากมีดอกไม้เหลือทางเจ้าหน้าที่อุทยานจะไม่อนุญาติให้ท่านนำขึ้นไปได้
13. ลูกค้าท่านใดที่สักการะพระพุทธบาทบนยอดเขาคิชฌกูฎและลงมาเร็วก่อนเวลานัดหมาย บริเวณที่จอดรถจะมีจุดเตียงผ้าใบไว้บริการซึ่งจะมีค่าใช้จ่ายและลูกค้าเป็นผู้ชำระเอง ลูกค้าสามารถเลือกที่จะพักผ่อนบริเวณนี้ได้ค่ะ
14. เนื่องจากเดินทางตอนกลางคืนเครื่องปรับอากาศบนรถค่อนข้างเย็นควรเตรียมเสื้อสวมทับหรือผ้าพันคอติดตัวไปด้วย
15. สำหรับผู้ที่แพ้ฝุ่นหรือแพ้อากาศควรเตรียมเสื้อบางๆสวมทับหรือผ้าพันคอขึ้นเขาไปด้วยเนื่องจากระหว่างทางขึ้นรถโฟร์วิลล์จะมีฝุ่นบ้างและบนยอดเขาช่วงเปิดเขาใหม่ๆ มักพบหมอกเป็นจำนวนมาก


 
จุดและเวลาขึ้นรถตู้

จาก กรุงเทพฯและปริมณฑล

 
           เดินทางได้ทุกวัน
                     1.   ลานจอดรถไฟฟ้า BTS หมอชิต
                    2.   ปั๊มเอสโซ่ก่อนถึงเซ็นทรัลบางนา
                       3.   หน้าแม็คโคร กม.12 ถนนบางนาตราด

         
             
วันศุกร์ วันเสาร์ เวลา 19.00 น.
                     1.  ฝั่งลานจอดรถ สถานีรถไฟฟ้า BTS หมอชิต 
                   2.  ลานจอดรถ หลังบิ๊กซีฟิวเจอร์รังสิต
                   3.  ในปั้มเอสโซ่ เดอะไนน์ พระราม 9
                   4.  ในปั้มเชลล์ ตรงข้ามเดอะมอลล์บางแค
                   5.  ในปั๊มซัสโก้ ข้าง รพ.นครธนพระราม2
                   6.  ในปั้มเอสโซ่ ก่อนถึงเซ็นทรัลบางนา
                   7.  หน้าแม็คโคร กม.12 ถนนบางนาตราด
                   
                   
***บริการพิเศษสุดๆ***  
จองตั๋วรถขึ้นเขาขาขึ้นล่วงหน้า ให้กับลูกค้าที่เดินทางไปกับเรา ไม่ต้องเสียเวลารอนาน
รับตั๋วจากคนขับรถตู้แล้วเดินไปยังจุดขึ้นรถโฟร์วิลขึ้นเขาได้เลย*


                
  **อัตราค่าบริการรถโฟร์วิลขึ้น-ลงเขาคิชฌกูฏ รวมทั้งสิ้น คนละ 210 บาท**
                      - ค่ารถขาขึ้น 110 บาท (จ่ายเงินและรับตั๋วรถขึ้นเขากับคนขับรถ)
                      - ค่ารถขาลง 100 บาท  (ลูกค้าซื้อตั๋วเอง)

อัตราค่าบริการ ค่าเข้าเขตอุทยานแห่งชาติเขาคิชฌกูฏปี 2564
                          - ชาวไทย ผู้ใหญ่ 20 บาท เด็ก 10 บาท
                          - ชาวต่างประเทศ ผู้ใหญ่ 100 บาท เด็ก 50 บาท

กำหนดการ งานประเพณี
 
นมัสการรอยพระพุทธบาทพลวง เขาคิชฌกูฏ ประจำปี 2564
 
14 ม.ค. 2564 ถึง 14 มี.ค. 2564 

ออกเดินทางวันสุดท้ายวันที่ 14 มีนาคม 2564

***ให้บริการโดยทีมงานมืออาชีพ มีประสบการณ์ในการเดินรถในเส้นทางนี้เป็นประจำ*
โปรแกรมวันที่หนึ่ง พบกันที่จุดนัดพบ- เดินทางไปเขาคิชฌกูฏ จ.จันทบุรี
19.00 น. พบกันที่จุดนัดพบออกเดินทาง
20.30 น. แวะพักจอดรถที่ปั๊มขนาดใหญ่ประมาณ 20-30 นาที สำหรับท่านที่ไม่ได้รับประทานอาหารสามารถทานอาหารได้ที่นี่
23.30 น. รับตั๋วขึ้นเขาจากคนขับรถ โดยคนขับรถจะพาไปส่งทางขึ้นเขาเพื่อขึ้นรถโฟร์วิลขึ้นเขาและอธิบายจุดนัดพบตอนเช้า
โปรแกรมวันที่สอง เขาคิชฌกูฏ - วัดเขาสุกิม - หาดแม่พิมพ์ จ.ระยอง - กรุงเทพฯ
07.00 น. พบกันที่จุดนัดพบเพื่อเตรียมตัวออกเดินทาง
08.00 น. ถึงวัดเขาสุกิม ไหว้พระขอพร และถ่ายรูปตามอัธยาศัย
09.00 น. ออกเดินทางไปแหลมแม่พิมพ์ รับประทานอาหาร พร้อมแวะซื้อของฝาก
12.00 น. ไม่เกินเที่ยงออกเดินทางกลับสู่กทม.
15.00  - 16.00 น. ถึงกทม.โดยสวัสดิภาพ
(กราบขอบพระคุณ คุณลูกค้าทุกท่านที่อุดหนุนและใช้บริการครับ)
เขาคิชฌกูฏเขาคิชฌกูฎ
อัตราค่าบริการ
1.ค่าบริการท่านละ 590 บาท
2.ค่าบริการเหมากรุ๊ป  6,000 บาท (รับ-ส่งถึงที่จุดใดจุดหนึ่ง)+แถมฟรี ประกันภัยเดินทางสูงสุด 10 ท่าน
อัตราค่าบริการนี้รวม
1.ค่ายานพาหนะเดินทางไป - กลับ กรุงเทพและเขาคิชฌกูฏ 
อัตราค่าบริการนี้ไม่รวม
1.ค่ารถขึ้นเขาคิชฌกูฏ
2.ค่าธรรมเนียมชาวต่างชาติตามสถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ
หมายเหตุ
1.โปรแกรมและการเดินทางสามารถเปลี่ยนแปลงตามความเหมาะสมโดยไม่ต้องแจ้งล่วงหน้า ทางบริษัทจะคิดถึงผลประโยชน์ลูกค้าเป็นสำคัญ
2.การจองโปรแกรมทัวร์ต้องโอนเงินค่าทริปเต็มจำนวนก่อนออกเดินทางอย่างน้อย 2วัน (กรณีจอยทัวร์ 590.-ต่อที่นั่ง)
3.การจองโปรแกรมทัวร์ต้องโอนเงินค่าทริปมัดจำ 1,000 บาทกและส่วนที่เหลือชำระวันเดินทาง (กรณีเช่าเหมาคัน)

เขาคิชฌกูฏจันทบุรี

     เขาคิชฌกูฏ ยอดเขานั้นตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติเขาคิชฌกูฏ ตำบล พลวง กิ่งอำเภอ เขาคิชฌกูฏ จังหวัดจันทบุรี เป็นที่ประดิษฐานของรอยพระพุทธบาทที่อยู่สูงที่สุดในประเทศไทย สูงกว่า 1,050 เมตรจากระดับน้ำทะเล 

     ที่มาของชื่อเขาคิชฌกูฏนั้น ในตำนานศาสนาพุทธกล่าวไว้ว่า เขาคิชฌกูฎอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของ กรุงราชคฤห์แคว้นมคธเป็นยอดเขาที่มีแนวเขาล้อมโดยรอบ และเคยเป็นสถานที่ประทับของพระพุทธเจ้าในอดีต เป็นความดำริของพระครูธรรมสรคุณซึ่งเป็นกรรมการและเป็นหลักในการพัฒนาพระบาทพลวงตั้งแต่ พ.ศ. 2515 ได้เสนอใช้ชื่อ พระบาทเขาคิชฌกูฎ (พลวง) เหตุผลเพราะเมืองไทยเป็นเมืองพุทธที่พุทธศาสนาเจริญกว่าเมืองไหนๆแม้กระทั่งประเทศอินเดีย


     โดยสภาพภูมิประเทศคล้ายคลึงและบนยอดเขามีสิ่งศกดิ์สิทธิ์ที่เกี่ยวกับพระพุทธองค์ คือ รอยพระพุทธบาท และหินลูกบาตร ที่ตั้งข้างรอยพระพุทธบาท อยู่ในลักษณะคล้ายลอยอยู่ริมลานพระพุทธบาทฝั่งตรงข้ามหินลูกบาตรมีรอยพระหัตถ์ไปรับหินก้อนนี้ และในหินก้อนนี้ ตรงข้ามกันรอยพระหัตถ์ มีรูปรอยเท้าใหญ่ (รอยเท้าพญามาร)  ใต้พระบาทมีถ้ำตาฤาษี จึงน่าจะใช้ชื่อนี้เป็นที่ระลึกถึงพระบรมศาสดา ในทุกๆ ปีจะมีพิธีเปิดและพิธีปิดการขึ้นไปนมัสการรอยพระพุทธบาท เป็นประจำทุกปี นอกจากนี้ พระครูธรรมสรคุณ ยังได้สอนว่า "เท้าของพระพุทธองค์ แม้ประดิษฐานอยู่แห่งหนตำบลใดก็ตาม ถ้าเรามีความเชื่อมั่น เคารพกราบไหว้ด้วยใจอธิษฐานแล้วย่อมเกิดผลสำเร็จแก่ผู้นั้นทุกคนและเป็นสิริมงคลแก่ผู้นั้นตลอดไป" แต่ต้องตั้งจิตอธิษฐานให้ดีปราถนาสิ่งใดที่ดีที่ชอบขอได้ตามความพอใจ กลับไปจะมีแต่ความปลอดภัยและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายและเทพยดาที่รักษารอยพระพุทธบาทแห่งนี้ จะอำนวยอวยพรให้ท่านได้รับแต่ความสขตามสมบูรณ์พูลผลร่มเย็นเป็นสุขตลอดไป


     ซึ่งผู้อยากจะขึ้นไปสักการะบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์บนยอดเขานั้นจะต้องมีจิตศรัทธาที่แรงกล้า เนื่องจากการเดินทาง เริ่มต้นจากวัดพลวงนั่งรถไปตามถนนระยะทาง 8 กิโลเมตร จากนั้นต้องเดินเท้าขึ้นสู่ยอดเขาไปยังรอยพระบาทอีกราว 1.2 กม. ท่ามกลางผู้คนที่มีศรัทธาเดียวกันมากมายที่เบียดเสียด ระหว่างการเดินทางก็จะได้ชมทิวทัศน์บนยอดเขาคิชฌกูฏ ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ทางธรณีวิทยาต่างๆที่สวยงามทั้งอากาศสดชื่นและเย็นสบายถ้าจะเดินไปถึงผ้าแดง คือจุดสิ้นสุดทางเดินบนเขา ระยะทางจากรอยพระพุทธบาทไปยังผ้าแดงอีกประมาณกิโลเมตรกว่า ๆ  เขาคิชฌกูฏ จะเริ่มตั้งแต่วันขึ้น 1 ค่ำ เดือน 3 ของทุกปีจนถึงวันขึ้น 1 ค่ำ เดือน 5 คือ  วันสุดท้ายที่จะเปิดให้ขึ้นสักการะรอยพระพุทธบาทของปีนั้นๆ สำหรับปี 2564 กำหนดการสักการะระหว่างวันที่ 14 มกราคม - 14 มีนาคม 2564 หรือแค่ประมาณ 2 เดือนต่อปีเท่านั้น จึงไม่ใช่เรื่องแปลกหากพุทธศาสนิกชนมากมายจากหลายที่ต่างถิ่นจะพร้อมใจกันมาสักการะบูชาแผ่นหินซึ่งเชื่อว่าประทับรอยพระพุทธบาทไว้ จะได้อานิสงส์แรงกล้า เปรียบได้กับการได้เข้าเฝ้าองค์พระศาสดาถือเป็นกุศลอันยิ่งใหญ่

    ปัจจุบันได้มีการจัดเดินป่าขึ้นยอดเขาคิชฌกูฏ เพื่อไปสักการะบูชารอยพระพุทธบาทจนกลาย เป็นงานประเพณีที่ปฏิบัติสืบทอดกันมานาน โดยมีความเชื่อว่าจะได้บุญสูง และเป็นการฝึกจิตใจให้มีความอดทนไม่ย่อท้อต่อความยากลำบาก...ในอดีตจะเป็นการเดินเท้าขึ้นสู่ยอดเขา แต่ในปัจจุบันมีรถบริการให้ประชาชนได้เดินทางขึ้นไปนมัสการรอยพระพุทธบาทแห่งนี้ได้สะดวกยิ่งขึ้น



เรื่องเล่าความลี้ลับของผู้ที่หลบหลู่ความศักดิ์สิทธิ์ของเขาคิชฌกูฏ
  พระครูธรรมสรคุณ (ท่านพ่อเขียน) เล่าว่า "พวกที่ไปด้วยไม่ศรัทธาจะถูกรุกขเทวดาที่ปกปักรักษารอยพระพุทธบาทเขาคิชฌกูฏลงโทษบ่อย ๆ ทุกปี" ดังกรณี ปี 2513  มีชนศาสนาอื่นมาจากจังหวัดระยองขึ้นเขาพระบาทเพื่อไปเที่ยวสนุกกับเพื่อน เพื่อนๆพากันนมัสการรอยพระพุทธบาท แต่เขาไม่และหัวเราะเยาะเพื่อนว่า หลงไปกราบหิน กราบรอยอะไรก็ไม่รู้ และไม่ถอดรองเท้าเมื่อเข้าไปลานพระพุทธบาท เขารู้สึกง่วงไปนอนบนลานหินทางทิศใต้ของรอยพระพุทธบาทและหลับไป
และผันว่าวิ่งลงมาจากที่สูงแต่ที่จริงใช้หลังวิ่งกลิ้งลงไป หัวกระแทกหินแตกหลายแผล สลบไปหลายชั่วโมง
อีกรายหญิงสาววัยรุ่นไม่เคารพปูชนียสถานเข้าไปลานพระพุทธบาทโดยไม่ถอดรองเท้า ขณะนั้นเองค์เทวดาที่รักษาองค์พระพุทธบาท บัลดาลให้ลมพัดอย่างแรง พัดพาร่างหญิงสาวปลิว ทรงกายไม่อยู่เสียหลักไปชนหินสลบไป สองกรณีเป็นเรื่องเกิดขึ้นนานแล้ว แต่ยังมีผู้ไม่รู้และไม่ศรัทธายังลบหลู่ปูชนียสถาน นึกว่าเป็น "ที่ท่องเที่ยว" ขึ้นไปลานพระพุทธบาทเพื่อความสนุกสนาน ซึ่งทำให้เกิดผลร้ายอยู่เนื่องๆ ขึ้นไปถึงลานพระพุทธบาทจงทำแต่ความดีทั้งกายใจและจิตส่งกระแสไปยังพระพุทธองค์อุปมาเหมือนท่านยังทรงมีชีวิต ประทับอยู่ต่อหน้าผู้ไปนมัสการ
 

  •  ขอบคุณข้อมูลจาก www.sanook.com,www.intaram.org , www.chanforchan.com, thai.tourismthailand.org/
  • ขอบคุณภาพประกอบจาก คู่หูเดินทาง, tiger's nest
 

       

Powered by MakeWebEasy.com